วันพุธที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

ชาคริต’เผยข้ามประเทศ!! ข่าววิวาห์ฟ้าแลบสาว ‘จอนนี่’ได้รับแจ้งจากพระเอกหนุ่มแล้ว



หลังเกิดกระแสข่าวสะพัด พระเอกไม้เลื้อย ชาคริต แย้มนาม กำลังเตรียมเข้าประตูวิวาห์รอบ 2 ในวันที่ 7 พ.ย.นี้ กับ แอน ภัททิรา ซึ่งเมื่อสอบถามไปยังผู้จัดการส่วนตัวก็ไม่ได้ปฏิเสธข้อเท็จจริงดังกล่าว แต่ขอรอเจ้าตัวพูดเอง ซึ่งขณะนี้เดินทางไปทำงานที่ประเทศลาว ยังไม่สะดวกให้สัมภาษณ์
ด้านจอนนี่ แอนโฟเน่ ผู้จัดรายการ Davinci เกมถอดรหัส ที่หนุ่มชาคริตเป็นพิธีกร ได้รับแจ้งจากพระเอกหนุ่มว่าจะแต่งงานในวันที่ 7 พ.ย.นี้จริง
ขณะที่มีข้อความจากหนุ่มชาคริตข้ามประเทศมาว่า “จากข่าวที่เกิดขึ้น ผมรับทราบแล้วครับ ตอนนี้ผมทำงานอยู่ต่างประเทศ ไม่สามารถให้สัมภาษณ์ใดๆ ได้ ส่วนในเรื่องที่ทุกคนสนใจนั้น ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ผมจะขอความร่วมมือจากพี่น้องสื่อมวลชนทุกท่าน ผมขอเป็นเรื่องภายในครอบครัว และผมจะมาชี้แจงให้กับพี่น้องสื่อมวลชนได้รับทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นอีกครั้ง ขอบคุณครับ”

เลี้ยงปลากัดรายได้หลักล้าน

สังคมเรานี้ยังมีอีกหลายอาชีพที่ สร้างรายได้ บางทีเราก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำเป็นอาชีพได้ แต่ในแวดวงของคนกลุ่มนั้นกลับมองว่านี่คือหนทางแห่งการสร้างอาชีพที่ดีที่สุด ประมาณว่าวงการยิ่งเล็กคู่แข่งก็ยิ่งน้อยสวนทางกับรายได้ที่ดูยิ่งใหญ่มาก 
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ สอนเลี้ยงปลากัด
เพียงแต่งานที่ว่านี้ใช่ว่าใครจะเข้ามาก็ทำได้ ขั้นแรกต้องมีใจรัก อย่างที่สองต้องมีประสบการณ์ ถ้าพกมาสองอย่างนี้เมื่อไหร่ธุรกิจที่เริ่มจากวงการเล็กๆก็เป็นอาชีพที่ยิ่งใหญ่ได้ไม่แพ้กัน ทาง www.ThaiSMEsCenter.com จะขอนำพาทุกท่านไปรู้จักกับกลุ่มอาชีพเล็กๆในสังคมไทยที่ความจริงก็เป็นเรื่องราวของจิตวิญญาณความเป็นไทยที่อยู่คู่บ้านเมืองเรามาช้านานเพียงแต่ไม่โด่งดังและไม่เฟื่องฟูแต่สิ่งที่ว่านี้ก็ยังดำเนินรูปแบบของตัวเองมาได้ต่อเนื่องนั้นคือเรื่องของ “ปลากัด” พอพูดว่า “ปลากัด” ก็ยังมีคนมองไปถึงกลุ่มปลากัดสวยงามที่ดูจะโดดเด่นกว่าแต่ทว่าวันนี้เราไม่ได้เจาะไปที่กลุ่มนั้นครับปลากัดเหมือนกันแต่วันนี้เราเน้นที่สาย “กัดเก่ง” โดยเฉพาะ ไม่น่าเชื่อนะครับว่า พอพูดถึงเรื่องของปลากัดจากที่สำรวจนักเล่นทั่วประเทศมีจำนวนไม่น้อยทีเดียวทุกภูมิภาคของไทยมีสังคมเล็กๆนี้สอดแทรกอยู่โดยเฉพาะที่ภาคใต้ถือว่าเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของวงการปลากัดเก่งก็ว่าได้ทั้ง 14 จังหวัดไล่ตั้งแต่เพชรบุรีลงไป
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ สอนเลี้ยงปลากัด
 กีฬากัดปลาถือว่าตีคู่มากับไก่ชน วัวชน ไม่ได้มีแค่ความชอบแบบนามธรรมแต่มีสนามกัดปลาที่ขออนุญาติกันอย่างเป็นทางการไม่ว่าจะภูเก็ต สุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา กระบี่ ฯลฯ จังหวัดเหล่านี้มีการเล่นปลากัดอย่างครึกครื้นยิ่งในช่วงฤดูฝนด้วยแล้วถือเป็นฤดูกาลสำคัญที่มีตัวเลขทางเศรษฐกิจหมุนเวียนภายในแวดวงสูงมาก ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของอาชีพที่แทบจะไม่ต้องลงทุนอะไรมากขอแค่ประสบการณ์และความรักกับอาชีพ “การจับปลากัดเก่ง” จำหน่ายที่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าคนที่อยู่ในสายอาชีพนี้ไม่ต้องทำธุรกิจอื่นใดแค่จับปลากัดขายก็สร้างรายได้เกินกว่าหลักแสนต่อเดือนเลยทีเดียวเราจะมาดูเรื่องนี้กันอย่างเป็นจริงเป็นจังว่าการสร้างรายได้ที่พูดถึงนี้มีจากทางไหนและคุณสมบัติของการเป็นคนจับปลาขายที่ดีจะต้องมีอะไรบ้าง ตามมาดูกันเลยครับ คำนวณเรื่องรายได้อย่างไม่เป็นทางการ เราสรุปเอาจากค่าเฉลี่ยเท่าที่เราประมวลมาได้เพื่อให้การบรรยายเห็นภาพได้ชัดเจนมากขึ้น ธุรกิจนี้จะเริ่มจากการที่นักกัดปลาทั้งหลายมีกลุ่มเพื่อนสนิทที่กัดปลาด้วยกัน มีการสนใจที่จะแลกเปลี่ยนซื้อปลากันจากคนหนึ่งสู่คนหนึ่งเป็นการประชาสัมพันธ์แบบปากต่อปาก สุดท้ายก็กลายเป็น “ฐานลูกค้า” ในที่สุด การจำหน่ายปลากัดเก่งให้กับลูกค้าก็จะขึ้นอยู่กับ “ความเก่ง” ของปลากัดแต่ละตัวอาจจะเริ่มจาก 80 หรือ 100 บาท ซึ่งในตัวที่เก่งมากๆ อาจจะจำหน่ายได้มากกว่านั้น ราคา 3 ตัว 1,000 หรือ 3 ตัว 10,000 ก็เกิดขึ้นได้ถ้าเป็นปลาที่กัดได้เก่งจริงๆนักกัดปลาแบบอาชีพส่วนมากจะไม่เกี่ยงเพราะยิ่งราคาซื้อมาสูงก็จะต้องเอามากัดเดิมพันแพงมากขึ้น ในพื้นที่แปดริ้วและนครปฐมจะเด่นชัดในเรื่องการจับปลากัดขายที่ทางทีมงาน ThaiSMEsCenter.com ลงไปสอบถามพบว่า 2 จังหวัดนี้มีการทำบ่อปลากัดทั้งรูปแบบบ่อปูนและบ่อดินรวมกันมากกว่า 5,000 บ่อ แต่ละบ่อจะมีปลากัดที่เพาะได้เมื่อคัดแล้วจะเป็นตัวที่พร้อมสำหรับการกัดของนักเดิมพันประมาณบ่อละ 100 ตัว พวกพี่ๆเขาเล่าให้ฟังว่า “ปลากัดเก่งถ้าเพาะมาแล้วไม่จำเป็นต้องเก่งทุกบ่อสมมุติว่าที่บ้านมีบ่อสัก 100 บ่อขอเป็นปลากัดเก่งแค่ 20 บ่อก็คุ้มค่ากับบ่อที่เหลือทั้งหมดแล้ว” เพราะว่าเมื่อคำนวณรายได้เบื้องต้นถ้ามีปลาเก่งบ่อละ 100 ตัวในจำนวน 20 บ่อเท่ากับมีปลาให้ขายได้ 2,000 ตัวเราคิดราคาขายสำหรับตัวเก่งที่ 100 บาทก็ เท่ากับว่าปลาชุดเก่งนี่จะขายได้ทั้งหมด 2,000 X 100 = 200,000 บาท ทั้งหมดนี้ใช้ระยะเวลาในการขายไม่เกิน 2 เดือน เนื่องจากปลากัดเก่งจะมีช่วงเวลาที่เก่งที่สุดไม่นานถ้านานไปเขาเรียกว่าปลาเขี้ยวลดราคาขายก็จะถูกลง   ลงทุนกันแค่ครั้งเดียวที่เหลือคือรายได้จากการขายล้วนๆ สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างที่เราได้พูดคุยว่าทำไมหลายคนถึงสามารถอยู่ในวงการนี้ได้อย่างสุขสบายเพราะว่านี่คือธุรกิจที่มีการลงทุนมากแค่ครั้งเดียวสมมุติถ้าทำเป็นบ่อปูนก็จะมีการลงทุนประมาณ 100,000 บาท ส่วนอื่นๆก็คือค่าอาหารของปลากัดซึ่งก็คือพวกลูกไรถ้าเลี้ยงในปริมาณมากๆรายจ่ายส่วนนี้จะอยู่ประมาณ 20,000 บาท เรียกว่าลงทุนแค่ครั้งเดียวก็สามารถเก็บเกี่ยวกำไรได้แบบยาวๆ เพราะพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ส่วนใหญ่ก็จะมีฐานลูกค้าส่งตัวเก่งๆดีๆมาให้เพาะแล้วก็มารับซื้อกลับไปอีกทีเมื่อปลากัดได้อายุเต็มที่ เทคนิคเล็กๆกับการสร้างธุรกิจการขายปลากัดเก่งแบบยิ่งใหญ่ ประสบการณ์ เป็นคุณสมบัติประการแรกที่ต้องมี เพราะเรื่องประสบการณ์มีผลต่อความเชื่อมั่นของ “ผู้ซื้อ” ที่ส่วนมากก็คือ “นักกัดปลา” ทั้งแบบอาชีพและ กึ่งอาชีพ ซึ่งทุกคนก่อนซื้อขายต้องอยากรู้ข้อมูลปลากัดที่ตัวเองจะซื้อ จุดนี้ผู้จำหน่ายต้องสามารถอธิบายได้ ทั้งเรื่องสายพันธุ์ เชิงกัด ข้อมูลเหล่านี้คุณต้องมีความรู้เอาไว้พูดคุยกับลูกค้าจะเรียกว่าสำคัญที่สุดของธุรกิจนี้ก็ว่าได้ รู้จักการสร้างตลาด ส่วนใหญ่จะใช้การประชาสัมพันธ์แบบ “ปากต่อปาก” หมายถึงการพูดถึงกันต่อๆไปก็ขึ้นอยู่กับฝีมือของคนเพาะปลาด้วยจะทำให้เกิดส่วนนี้ได้มากแค่ไหน เพราะการตลาดที่ดีที่สุดของวงการนี้คือ “คุณภาพสินค้า” ที่จะกำหนดทุกสิ่งทุกอย่าง ความซื่อสัตย์ นี่คือสิ่งที่จะบอกว่าคุณคือตัวจริงของวงการนี้หรือไม่ข้อมูลปลากัดที่คุณมีเป็นอย่างไรก็ควรบอกไปตามนั้น ที่สำคัญต้องไม่ย้อมปลาคือไม่เอาปลาบ่ออื่นมาปลอมปนเพื่อหวังจะขายอย่างเดียว เพราะกลุ่มคนซื้อเขามองออกถ้าคุณใช้เทคนิคกลโกงแบบนี้คุณไปไม่ไกลในอาชีพนี้แน่ๆ จากข้อมูลเพิ่มเติมที่เรามีคนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยที่เริ่มหันเข้ามาสู่อาชีพนี้แต่ขอแนะนำว่าพื้นฐานองค์ความรู้เป็นสิ่งสำคัญถ้าคิดจะทำธุรกิจนี้ไม่ใช่เรื่องยากแต่ต้องศึกษาจากผู้มีประสบการณ์ที่คลุกคลีอยู่กับวงการนี้มานานเพื่อให้รู้เขารู้เราจะรบสนามไหนก็ไม่ต้องกลัวแพ้ ยิ่งเพื่อนมากพันธมิตรมากธุรกิจนี้ก็ยิ่งเดินหน้าได้ไกลสานฝันคนอยากเป็นเศรษฐีแบบที่ไม่ต้องลงทุนมากเหมือนอาชีพอื่นๆ

See more at: http://www.thaismescenter.com/เหลือเชื่อ-เลี้ยงปลากัด-สร้างรายได้-หลักแสนต่อเดือน/

สูตรยาสมุนไพรรักษามะเร็ง

  สูตรยาสมุนไพรรักษามะเร็ง 

ที่มาของสูตรยาสมุนไพรรักษามะเร็ง

สูตรยาสมุนไพรหลักที่ใช้รักษาผู้ป่วยมะเร็งที่มารับการรักษาที่อโรคยศาล มีทั้งหมด 2 สูตร คือ สูตรยอดยาแก้มะเร็งทุกชนิด และสูตรยาสมุนไพรสมานฉันท์ ซึ่งสูตรยาสมุนไพรนี้ได้คิดค้นนำมาใช้รักษามะเร็งโดยพระอาจารย์ประพนพัชร์ เจ้าอาวาสวัดคำประมง ผู้ก่อตั้งอโรคยศาล ซึ่งท่านเคยอาพาธด้วยโรคมะเร็งในโพรงจมูกเมื่อ พ.ศ.2539 โดยหลวงตาได้ทดลองใช้สูตรยาสมุนไพรนี้กับหลวงตาเอง ซึ่งเริ่มแรกท่านได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลจุฬาฯ โดยหลวงตาได้รับการดูแลจากแพทย์โดยการฉายแสงและเคมีบำบัดติดต่อกันทั้งวันทั้งคืนโดยไม่หยุดเป็นอาทิตย์ แต่อาการยังไม่ดีขึ้น ยังปวดอยู่ตลอดเวลา จนเช้ามืดวันหนึ่งพระอาจารย์ได้ใช้สมาธิช่วย โดยนั่งสมาธิตั้งแต่ตี 3 จนถึง 6 โมงเช้าแล้วก็ต้มสมุนไพรดื่มบรรเทาอาการก็พบว่ามันได้ผล จากนั้นอาการของพระอาจารย์ก็เริ่มดีขึ้น โดยกินข้าวได้ หายใจสะดวกขึ้น มีเรี่ยวแรง จากนั้นจึงศึกษาเกี่ยวตำหรับยาต่าง ๆ เรื่อยมา ทดลองค้นคว้าด้วยตัวเองจนอาการดีขึ้นเป็นลำดับ ซึ่งความรู้เรื่องสมุนไพรนั้นพระอาจารย์ได้ศึกษาจากจากตำราสมุนไพรหลายเล่ม โดยเฉพาะเล่มที่เป็นแรงบันดาลใจของท่านมาก คือ หนังสือ เพชรน้ำเอกกรุยอดยาตำรับสมุนไพร และคำอธิบายตำราพระโอสถพระนารายณ์ รวมทั้งท่านได้ศึกษาความรู้เรื่องการใช้ยาสมุนไพรกับผู้รู้หลายท่าน แล้วนำความรู้ต่างๆ ที่รวบรวมได้มาประมวลเข้าด้วยกัน จึงตั้งเป็นตำรับยาสมุนไพรรักษาโรคมะเร็งของพระอาจารย์เอง หลังจากนั้นชาวบ้านที่ได้ทราบข่าวจึงพากันมาพึ่งสูตรยา พึ่งการบำบัดทางจิตกันมากมายจนเกิดการตั้งอโรคยศาลขึ้นเพื่อใช้เป็นที่พักพึงของผู้ป่วยเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน


ส่วนผสมของสูตรยา

สูตรยาสมุนไพรรักษามะเร็งที่ใช้ในการรักษาผู้ป่วยที่อโรคยศาล มี 2 สูตรหลัก คือ สูตรที่ 1 ยอดยากินแก้มะเร็งทุกชนิด และ สูตรที่ 2 สูตรยาสมุนไพรสมานฉันท์ ซึ่งทั้งสองสูตรจะมีขั้นตอนการปรุงยาที่เหมือนกัน แต่จะแตกต่างกันที่สมุนไพรที่ใช้เป็นส่วนประกอบของแต่ละสูตร ดังนี้


สูตรที่ 1 ยอดยากินแก้มะเร็งทุกชนิด
สูตรนี้ประกอบด้วยสมุนไพรจำนวน 11 ชนิด นำมาต้มรวมกัน โดยมีปริมาณของสมุนไพรแต่ละชนิดดังนี้
1. หัวร้อยรู หนัก 50 กรัม
2. ไม้สักหิน หนัก 50 กรัม
3. ข้าวเย็นเหนือ หนัก 200 กรัม
4. โกฐจุฬา หนัก 50 กรัม (ใช้ทั้งต้น)
5. ข้าวเย็นใต้ หนัก 200 กรัม
6. โกฐเชียง หนัก 50 กรัม
7. กำแพงเจ็ดชั้น หนัก 50 กรัม
8. เหงือกปลาหมอ หนัก 200 กรัม
9. ผีหมอบ หนัก 100 กรัม
10. หญ้าหนวดแมว หนัก 50 กรัม
11. ทองพันชั่ง หนัก 200 กรัม (ใช้ทั้งต้น)


สูตรที่ 2 สูตรยาสมุนไพรสมานฉันท์
สูตรนี้ประกอบด้วยสมุนไพรจำนวน 10 ชนิด นำมาต้มรวมกัน โดยมีปริมาณของสมุนไพรแต่ละชนิดดังนี้
1. กำลังเสือโคร่ง หนัก 100 กรัม (ใช้เปลือกต้นไม้)
2. ม้ากระทืบโรง หนัก 50 กรัม
3. ช้างน้าว หนัก 40 กรัม (ใช้ส่วนของเปลือกและลำต้น)
4. จ้อนเน่า หนัก 30 กรัม (ใช้ส่วนของเปลือกและลำต้น)
5. ตะไคร้ต้น หนัก 30 กรัม (ใช้ส่วนของเปลือกและลำต้น)
6. ขันทอง หนัก 30 กรัม (ใช้ส่วนของลำต้น)
7. ย่านางแดง หนัก 30 กรัม (ใช้ทั้งต้น)
8. ฝางแดง หนัก 30 กรัม (ใช้ส่วนของเปลือกและลำต้น)
9. ฟ้าทะลายโจร หนัก 5 กรัม (ใช้ทั้งต้น)
10. แฮ่ม หนัก 5 กรัม (ใช้ส่วนของเปลือกและลำต้น)


วิธีปรุงยาสมุนไพรรักษามะเร็ง

สูตรยาสมุนไพรรักษามะเร็งที่ใช้ในการรักษาผู้ป่วยที่อโรคยศาล มี 2 สูตรหลัก คือ สูตรที่ 1 ยอดยากินแก้มะเร็งทุกชนิด และ สูตรที่ 2 สูตรยาสมุนไพรสมานฉันท์ ซึ่งทั้งสองสูตรจะมีขั้นตอนการปรุงยาที่เหมือนกัน ดังนี้

วิธีต้มยา
1. นำตัวยาทั้งหมดใส่ลงไปในหม้อดินที่มีขนาดใหญ่ที่สุด (แหล่งจำหน่ายอยู่ที่เกราะเกร็ด จ.นนทบุรี)
2. ใส่น้ำฝน (เน้นย้ำน้ำฝนที่ดีที่สุด) ลงไปในหม้อดินแช่น้ำยาไว้ประมาณ 10 นาที ให้พอท่วมยา จากนั้นตั้งไฟแรงปานกลางปิดฝาหม้อ
3. ต้มให้เดือดนาน 15 นาทีไว้ในหม้อเคลือบใหญ่มีหูหิ้ว ขนานเบอร์ 32 (ครั้งที่ 1) จากนั้นเติมน้ำลงไปให้ท่วมตัวยา แล้วต้มให้เดือดนาน 15 นาที
4. รินน้ำยาเก็บรวมไว้กับของเก่า (ครั้งที่ 2) ใส่น้ำให้ท่วมตัวยาใหม่อีกครั้ง ต้มให้เดือดนาน 15 นาที แล้วรินน้ำยาเก็บรวมไว้กับของเก่า (ครั้งที่ 3) ส่วนกากยาที่เหลือทิ้งให้เย็นจึงนำไปเทที่ต้นไม้โพธิ์

หมายเหตุ : เวลา 15 นาที เริ่มนับตั้งแต่น้ำยาเดือด สำหรับผู้ที่ไม่เป็นมะเร็ง ก็สามารถกินยานี้เพื่อป้องกันก่อนได้

ข้อปฏิบัติ
จุดธูป 3 ดอกเทียนคู่ ทำสมาธิ ระลึกถึงคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พร้อมทั้งสวดพระคาถาสักกัตวา 3 จบ และอัญเชิญบารมีของพระพุทธไภษัชยคุรุไวฑูรยประภา (พระกริ่งอโรคยศาล) และท่านบรมครูชีวกโกมารภัจจ์ ซึ่งเป็นผู้คิดตำรานี้ และนำไปปักไว้กลางแจ้ง

วิธีการช่วยทำให้ผิวขาว

 ผิวที่สวยใส ขาวเนียน มีสุขภาพที่ดี คือหนึ่งในสุดยอดแห่งความปรารถนาของคุณสาว ๆ เพราะไม่ว่าจะแต่งตัวอย่างไร สไตล์ไหน หรือเผยผิวกายมากเพียงใด การที่มีผิวขาวสวยก็ช่วยให้คุณสาว ๆ สามารถที่จะแต่งตัวได้อย่างมั่นใจ แถมยังทำให้คุณหนุ่ม ๆ ต้องมองตามนั้นชนิดไม่วางตากันเลยทีเดียว 

          สำหรับวิธีการช่วยทำให้ผิวขาวนั้นก็มีอยู่หลายวิธี แต่วิธีที่ได้รับความนิยม ซึ่งสามารถทำได้อย่างง่าย ๆ ด้วยตัวคุณสาว ๆ เอง คือ การขัดผิวขาว ซึ่งเป็นการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่หมองคล้ำ ทำให้เซลล์ผิวใหม่ที่ขึ้นมาแทนที่ มีความขาวเนียน และมีสุขภาพที่ดีมากกว่าเดิม

          สำหรับในวันนี้ จะขอพาคุณสาว ๆ ไปรู้จักกับสูตรในการขัดผิวให้ขาวที่ได้ทำการรวบรวมมา ด้วยวัตถุดิบที่สามารถหาได้อย่างง่าย ๆ ใกล้ตัว ในราคาประหยัด

          สูตรขัดผิวให้ขาวเนียน

          สูตรขัดผิวขาว ที่กำลังจะนำเสนอต่อไปนี้ เป็นสูตรที่เหมาะสำหรับการขัดผิวกายเท่านั้น ไม่ควรที่จะนำไปใช้ในการขัดและพอกผิวหน้าโดยเด็ดขาด เนื่องจากบางสูตรมีส่วนผสมที่มีฤทธิ์เป็นกรด ซึ่งถึงแม้ช่วยในการผลัดเซลล์ผิว แต่ก็ไม่เหมาะกับผิวของใบหน้าที่มีความบอบบาง
          ถ้าหากต้องการที่จะทำการขัดผิวหน้า ขอแนะนำให้เลือกใช้สูตรที่เหมาะสำหรับผิวหน้าโดยเฉพาะ เอาล่ะ… ทีนี้มารู้จักกับสูตรการขัดผิวให้ขาวอย่างง่าย ๆ ได้ด้วยตัวคุณสาว ๆ เองกันดีกว่า
1. สูตรน้ำมันมะกอก+น้ำมะนาว นำน้ำมันมะกอก น้ำมะนาว และเกลือเม็ดหยาบ มาผสมให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นให้นำส่วนผสมที่ได้มาทำการขัดผิว แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

          2. สูตรมะเขือเทศ+น้ำตาลทราย ฝานมะเขือเทศให้เป็นแผ่นบาง ๆ จากนั้นนำไปจุ่มในน้ำตาลทราย แล้วนำไปขัดให้ทั่วตัว จนกระทั่งน้ำตาลที่หุ้มแผ่นมะเขือเทศละลายออกไปจนหมด แล้วเปลี่ยนมะเขือเทศแผ่นใหม่ ทิ้งเอาไว้ประมาณ 10 นาที แล้วล้างออก

          3. สูตรรวมมิตร นำมะขามเปียก 1 กำมือ น้ำมะนาว 1 ลูก โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 6 ช้อนชา น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ ผงขัดตัว 5-6 ช้อนชา น้ำมันมะกอก 1 ช้อนชา ทำการผสมให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นให้นำส่วนผสมที่ได้มาทำการขัดผิว แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

          4. ใยบวบ หรือใยขัดธรรมชาติ เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยในการขัดผิวที่ประสิทธิภาพมาก เพียงแค่ขัดเบา ๆ เวลาอาบน้ำก็จะช่วยกำจัดเซลล์ผิวหนังที่ตายออกไปได้เป็นอย่างดี แต่ไม่ควรออกแรงขัดมากจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้รู้สึกแสบที่ผิวได้ เนื่องจากเส้นใยมีลักษณะที่สาก และหยาบ

          5. สูตรขมิ้น นำขมิ้นสดไปขูดกับที่ขูดขมิ้นจนละเอียด จากนั้นให้นำขมิ้นที่ได้ไปทำการขัดผิวได้เลย หรือถ้าต้องการประสิทธิภาพในการบำรุงผิวที่มากยิ่งขึ้น สามารถนำไปผสมกับส่วนประกอบอื่น ๆ เช่น นมสด ดินสอพอง มะนาว มะขามเปียก เป็นต้น โดยผสมกับขมิ้นเพียงเล็กน้อย แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากันก่อนนำไปขัดที่ผิว

สูตรขัดผิว
6. สูตรมะขามเปียก+นม และน้ำผึ้ง นำมะขามเปียก นม และน้ำผึ้ง ผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำไปขัดผิว จากนั้นให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาด

          7. สูตรมะละกอสุก+โยเกิร์ต นำมะละกอ โยเกิร์ต และเกลือทะเล ปั่นรวมกันให้ละเอียด แล้วนำส่วนผสมที่ได้มานวดที่ผิวเบา ๆ แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

          8. สูตรกากกาแฟ นำกากกาแฟที่ใช้แล้ว 1 ถ้วยตวง มาผสมเข้ากับผงขมิ้นชัน 1 กรัม และมะขามเปียกที่คั้นเอาน้ำแล้วประมาณ  ½ ถ้วยตวง เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำไปขัดผิวประมาณ 15 นาที แล้วล้างออก โดยที่ไม่ต้องถูสบู่

          9. สูตรมันฝรั่ง นำมันฝรั่งดิบมาขูดแล้วนำไปห่อด้วยผ้าขาวบาง จากนั้นใช้ผ้าขาวบางดังกล่าวขัดไปตามร่างกายในขณะที่ทำการอาบน้ำ มันฝรั่งจะช่วยทำให้ผิวอ่อนนุ่ม และกระจ่างขาวใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

          10. สูตรน้ำนมจืด ชโลมน้ำนมให้ทั่วผิว เมื่อผิวแห้งแล้วให้ใช้ใยบวบขัดผิว จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด

          11. สูตรแป้งข้าวจ้าว นำแป้งข้าวจ้าว 1 ช้อนโต๊ะ ผสมเข้ากับผงขมิ้นชัน 1 หยิบมือ และนมจืด 2 ช้อนโต๊ะ ให้เป็นเนื้อเดียวกันแล้วนำไปถูตัวแทนสบู่

          12. สูตรว่านนางคำ นำว่านนางคำ 100 กรัม ว่านไพร 25 กรัม ขมิ้น 25 กรัม มาหั่นให้เป็นชิ้นบาง ๆ ตากแดดให้แห้งแล้วบดให้ละเอียด จากนั้นนำดินสอพองบดละเอียด 1,000 กรัม ลิ้นทะเล 200 กรัม และสารส้มสะตุ 200 กรัม นำส่วนผสมทั้งหมดมาคนให้รวมเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำไปใส่กระชอนร่อนให้ละเอียด แล้วนำผงที่ได้จากการร่อนนำไปขัดผิว

          เคล็ดลับการขัดผิวขาวที่ดี

          การขัดผิวให้ขาวสะอาด ควรทำด้วยความนุ่มนวล และไม่ควรทำบ่อยจนเกินไป เพราะจะทำให้ผิวบอบบางลง จนไม่สามารถทนต่อแสงแดดที่รุนแรงได้ นอกจากนี้ยังอาจทำให้ผิวหยาบกร้านได้ง่ายขึ้น โดยปกติแล้วผิวหนังจะมีการผลิตเซลล์ผิวเป็นประจำทุก 2-4 สัปดาห์ แต่เมื่ออายุมมากกว่า 20 ปี ขึ้นไป การผลัดเซลล์ผิวจะค่อย ๆ ช้าลง การขัดเซลล์ผิวจะช่วยทำให้ผิวขาวกระจ่างใส แต่ไม่ควรทำการขัดผิวเป็นประจำทุกวัน ความถี่ในการขัดผิวกายที่เหมาะสมอยู่ที่ประมาณ 2 ครั้งต่อเดือน โดยการขัดผิวกายนั้น ให้ทำการขัดเป็นวงกลมอย่างเบามือ และหลังจากที่ทำการขัดผิวเสร็จแล้ว ควรหามอยส์เจอไรเซอร์มาทาที่ผิวเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว

เปิดใจ “เจ้เบียร์-คนละยำ” ต้นตำรับความแซ่บ – เล่นใหญ่ จัดใหญ่ ขายยำจนร่ำรวย

จากกระแสความแซ่บของแม่ค้าที่กำลังโด่งดังมากๆในโลกโซเชียล เจ้เบียร์ คนละยำ ร้านยำของแม่ค้าสาวประเภทสองที่ขายยำได้แซ่บมาก มีคนต่อคิวแน่นต่อวันรายได้หลักแสน กว่าจะมาถึงวันนี้ได้ ต้องฝ่าฟันคำดูถูก คำด่าเหยียดเพศมากมายกว่าจะมาเป็นคนดังในวันนี้
ทรงเกียรติ หาสูง หรือ เบียร์ เปิดใจในรายการ เล่นใหญ่ จัดใหญ่ เผยว่า ชีวิตพ่อแม่แยกทาง ตั้งแต่เด็ก ตัวเองก็บอร์นทูบีเป็นกะเทย เป็นวัยรุ่นก็เที่ยวหนัก แม่รับไม่ได้ คุมไม่ได้ ยายยังด่าอีผิดเพศตลอด เกิดมาเป็นกะเทย เราก็ถูกตราหน้าว่าผิดตั้งแต่เกิด ก่อนหน้าจะมาสู่จุดเปลี่ยน ตัวเองยังเที่ยวอยู่ อายุ 20 กว่าๆ ใจแตก เคยหนีไปอยู่กับผู้ชาย ชีวิตลำบาก ถึงขั้นเกือบคิดฆ่าตัวตาย เพราะไม่มีกินก็เคยมาแล้ว
“แต่จุดที่ทำให้เราเปลี่ยนมาตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากิน เพราะเคยทำกรรมเลว กรรมเลวก็ตามมา เราต้องหยุดได้แล้ว โดยช็อตที่เราเห็น คือ เราไม่มีเงินจริงๆ เราเห็นแม่ต้องไปขอปลาที่สะพานปลา แม่ไปขอปลาไปส่งแม่ค้า เราไม่อยากเห็นแม่ตัวดำๆ ต้องไปทำแบบนั้นอีก กลัวแม่ตกสะพานตาย”แม่ค้าสุดแซ่บกล่าวทั้งน้ำตา

แหม่มเดนมาร์กหลงป่า!จนท.ระดมลุยป่าเขาชะเมาตามหารอบเส้นทางน้ำตก หวั่นเดินเข้าป่าลึก

เมื่อเวลา 19.00 น.วันที่ 1 พ.ย. นายโรจนัย ผาสุขธนกาญจน์ ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง อ.เขาชะเมา จ.ระยอง ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจและชาวบ้านเข้ามาร่วมค้นหานางซูซาน อายุ 51 ปีนักท่องเที่ยวชาวเดนมาร์ก หลังเกิดพลัดหลงกับเพื่อนชื่อนายชาร์ล ขณะที่กำลังเดินขึ้นไปบนน้ำตกเขาชะเมาแล้วหายตัวไป โดยเจ้าหน้าที่และชาวบ้านกระจายกันออกค้นหาตามทางเดินตลอดเส้นทางน้ำตกแต่ก็ยังไม่พบตัวนางซูซาน
โดยนายโรจนัย เปิดเผยว่า นางซูซานกับเพื่อนชื่อนายชาร์ล ได้เดินทางมาท่องเที่ยวที่น้ำตกเขาชะเมาแล้วได้ขึ้นไปบนน้ำตก ชั้นที่ 3 ห่างจากที่ทำการอุทยานฯประมาณ 800 เมตรแล้วหายตัวไป โดยนายชาร์ล ระบุว่านางซูซานมีอาการเจ็บขาจึงหยุดพักระหว่างทาง ส่วนายชาร์ลลงมารออยู่นานกว่า 2 ชั่วโมงก็ไม่เห็นนางซูซานลงมาจากน้ำตกจึงมาแจ้งเจ้าหน้าที่อุทยานฯ
นายโรจนัย กล่าวต่อว่า หลังจากที่ออกค้นหาตามเส้นทางเดินจนทั่วแต่ก็ยังไม่พบ แต่เจ้าหน้าที่ยังค้นหาต่อไปจนกว่าจะพบตัว โดนจะค้นหารอบข้างของเส้นทางเดินไปน้ำตก เบื้องต้นคาดคงจะไปไหนไม่ไกล เพราะมีอาการเจ็บที่ขาซึ่งอาจจะหลงอยู่ระหว่างเส้นทางเดิน จึงกำชับให้เจ้าหน้าที่พยายามหารอบข้างเส้นทางเดินขึ้นน้ำตก แต่การค้นหาก็เป็นไปด้วยความยากลำบากเพราะความมืดเข้าปกคลุม ส่วนในพื้นที่ป่ารอบน้ำตกจะไม่มีสัตว์ใหญ่ลงมา จึงไม่น่าห่วงเรื่องอันตรายจากสัตว์ป่า แต่เกรงว่าจะเดินเข้าหลงเข้าไปในป่าลึกมากกว่า

หนุ่มลาว-สาวพม่า มหาเฮง! ถูกหวยรางวัลที่ 1 สี่ใบรวด รวยเละรับทรัพย์ 24 ล้านบาท

หนุ่มลาว-สาวพม่า มหาเฮง! ถูกหวยรางวัลที่ 1 สี่ใบรวด รวยเละรับทรัพย์ 24 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 1 พ.ย.ที่ สภ.หางน้ำสาคร จ.ชัยนาท นายน้อย พรมสอน ชาว สปป.ลาว และสาวพม่า นำสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 พ.ย. 2560 หมายเลข 533726 จำนวน 4 ใบซึ่งถูกรางวัลที่ 1 ได้เงินรางวัล 24 ล้านบาทมาลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน